MENU
TH EN

C01. นิคโคโล มาเคียเวลลี

Title Thumbnail & Hero Image: นิคโคโล มาเคียเวลลี, ที่มา: laphamsquarterly.org, วันที่สืบค้น: 14 เมษายน 2567.
 
C01. นิคโคโล มาเคียเวลลี
 
First revision: Apr.14, 2024
Last change: Aug.6, 2026
สืบค้น รวบรวม เรียบเรียง แปล และปริวรรตโดย
อภิรักษ์ กาญจนคงคา.
1.
หน้าที่ 1
 
"ไม่เคยมีสิ่งใดประสบความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยปราศจากอันตราย"
"Never was anything great achieved without danger"
1.
2.

"คนธรรมดาทั่วไปมักจะหลงใหลไปกับรูปลักษณ์และความสำเร็จ."
The common people are always seduced by appearance and success.

"จงทำผิดพลาดเพราะความทะเยอทะยาน อย่าทำผิดพลาดเพราะความเกียจคร้าน."

Make mistakes of ambition and not mistakes of sloth.


1.
   กำเนิด:  3 พฤษภาคม  พ.ศ.2012 (ค.ศ.1469) ที่เมืองฟลอเรนซ์ สาธารณรัฐฟลอเรนซ์.
   อนิจกรรม:  21 มิถุนายน พ.ศ.2170 (ค.ศ.1527) อายุ 58 ปี ที่เมืองฟลอเรนซ์ สาธารณรัฐฟลอเรนซ์.
   ผลงานโดดเด่น:  เจ้าผู้ปกครอง (The Prince), Discourses on Livy.
   ยุค:  ปรัชญาฟื้นฟูวิทยาการ (Renaissance Philosophy)
   กรอบปรัชญา:  ปรัชญาตะวันตก (Western Philosophy)
   สำนักแนวคิด:  Classical realism, republicanism
   ความสนใจหลัก:  การเมือง และปรัชญาการเมือง ทฤษฎีทางการทหาร ประวัติศาสตร์
   ผลงาน แนวคิดที่น่าสนใจ: Classical realism, virtu', modern republicanism, Notional interest.
1.
2.
   
หน้าที่ 2
   *******อ้างอิงจาก Success Strategies กลยุทธ์แห่งความสำเร็จ ซึ่ง Post ไว้ใน Facebook เมื่อ 17 มิถุนายน 2569****** ใคร่ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้.
1.
       มีนักเขียนอยู่ไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่ดังถึงขั้นมีคนเอาชื่อไปทำเป็นคำด่า.
1.
       
นิคโคโล มาเคียเวลลี (Niccolò Machiavelli) เป็นหนึ่งในนั้น คำว่า Machiavellian วันนี้แปลว่าเจ้าเล่ห์ ไร้ศีลธรรม พร้อมเหยียบหัวคนอื่น เพื่อไต่ขึ้นสู่อำนาจ ฝรั่งสมัยก่อนถึงขั้นเอาชื่อเล่นของเขาไปผูกไว้กับปีศาจ เรียกซาตานเล่น ๆ ว่า Old Nick ในโรงละครอังกฤษยุค Shakespeare ตัวร้ายเจ้าเล่ห์มักถูกเรียกว่า Machiavel ส่วนโบสถ์คาทอลิกก็จัดการขั้นเด็ดขาด เอาหนังสือของเขาขึ้นบัญชีต้องห้ามไปเลย.
1.
       ห้าร้อยปีผ่านไป ชื่อของเขากลายเป็นคำพ้องของความชั่วร้ายแบบมีกลยุทธ์.
1.
       ทีนี้นี่คือเรื่องตลกร้ายข้อแรก ชายที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของทรราชและการแย่งชิงอำนาจ ในชีวิตจริงเป็นข้าราชการชั้นกลางที่ซื่อสัตย์ต่อระบอบสาธารณรัฐ เป็นนักการทูตกินเงินเดือนหลวง เป็นคนที่อยากได้อะไรมากที่สุดในบั้นปลายชีวิตแค่งานราชการคืน.
1.
       เขาแทบจะเป็นด้านตรงข้ามของคำที่ตั้งตามชื่อตัวเอง.
1.
       ต้องเล่าจากต้นก่อน Machiavelli เกิดที่เมือง Florence ปี พ.ศ.2012/ค.ศ.1469 ในครอบครัวที่พอมีพอกิน พ่อเป็นนักกฎหมายที่มีหนี้สินรุงรัง แต่มีหนังสือ และหนังสือพวกนั้นคือสมบัติชิ้นเดียวที่ส่งต่อให้ลูกได้ Florence ในยุคนั้นเป็นนครรัฐที่สลับไปมาระหว่างการเป็นสาธารณรัฐกับการอยู่ใต้ตระกูล Medici เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยศิลปิน นายธนาคาร และการเมืองที่เชือดเฉือนกันใต้โต๊ะตลอดเวลา.

       ปี พ.ศ.2041/ค.ศ.1498 เกิดเหตุการณ์ที่ Machiavelli จะไม่มีวันลืม นักบวชชื่อ Savonarola ที่เคยปลุกคนทั้งเมืองด้วยคำเทศน์เรื่องศีลธรรมและไฟนรก ถูกจับแขวนคอ แล้วเผากลางจัตุรัส คนที่เคยกราบไหว้เขาเมื่อวานนี้ ยืนดูเขาถูกย่างสดในวันนี้ บทเรียนนั้นฝังลงในหัว Machiavelli และหลายปีต่อมามันกลายเป็นประโยคหนึ่งในหนังสือของเขา ศาสดาที่มีอาวุธชนะเสมอ ส่วนศาสดาที่ไร้อาวุธถูกทำลาย Savonarola คือศาสดาที่ไร้อาวุธ และไฟกองนั้นคือหลักฐาน.

       ปีเดียวกันนั้นเอง Machiavelli วัน 29 ได้งานเป็นเลขานุการสำนักงานที่สองของสาธารณรัฐ Florence พูดภาษาง่าย ๆ คือเขากลายเป็นข้าราชการนักการทูต และเขาทำงานนี้ด้วยใจรักอยู่สิบสี่ปี.

       งานของเขาคือเดินทางไปเจรจากับผู้มีอำนาจทั่วยุโรป เขาได้เข้าเฝ้า Louis XII แห่งฝรั่งเศส เข้าพบจักรพรรดิ Maximilian ได้นั่งสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดกับ Cesare Borgia บุตรชายของพระสันตะปาปาที่กำลังไล่ฮุบแคว้นต่าง ๆ ในอิตาลี และตรงนี้แหละที่ Machiavelli ได้เห็นของจริง.

       เขาเห็น Borgia ทำสิ่งที่ภายหลังเขาเขียนไว้ในหนังสือด้วยน้ำเสียงคล้ายชื่นชม Borgia ส่งมือขวาจอมโหดไปจัดระเบียบแคว้นที่วุ่นวาย พอแคว้นสงบแล้วประชาชนเริ่มเกลียดความโหด Borgia ก็จับมือขวาคน ๆ นั้น มาผ่าครึ่งวางไว้กลางจัตุรัสให้คนดู แล้วโยนความผิดทั้งหมดให้ลูกน้องที่ตายไป ส่วนตัวเองยืนสะอาดสะอ้านในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรม Machiavelli จดทุกอย่างไว้ และมันกลายเป็นบทเรียนข้อหนึ่ง ปล่อยให้คนอื่นจัดการเรื่องที่ทำให้ถูกเกลียด เก็บเรื่องที่สร้างความนิยมไว้ในมือตัวเอง.

       แต่โครงการในดวงใจของ Machiavelli ไม่ใช่การลอบสังหารหรือการลวง มันคือกองทัพ เขาเกลียดทหารรับจ้างเข้ากระดูก เพราะทหารรับจ้างสู้เพื่อเงิน ไม่ใช่เพื่อบ้าน พอเงินหมดหรือศัตรูจ่ายแพงกว่า พวกมันก็หนีหรือหักหลัง Machiavelli เลยผลักดันให้ Florence สร้างกองทัพพลเมืองของตัวเอง คนของเมืองสู้เพื่อเมือง เป็นความคิดที่งดงามและสมเหตุสมผล.

       แล้วในปี พ.ศ.2055/ค.ศ.1512 กองทัพพลเมืองที่เขาภูมิใจนักหนา ก็ถูกทหารอาชีพสเปนบดขยี้ราบคาบที่ Prato เป็นการสังหารหมู่ ประตูเมืองเปิด สาธารณรัฐล่มสลาย ตระกูล Medici กลับมาเรืองอำนาจ และ Machiavelli ตกงานในวันเดียว.

       โครงการในฝันของเขาพังลง และมันลากทั้งชีวิตเขาลงไปด้วย.

       เรื่องยังไม่จบแค่ตกงาน ปี พ.ศ.2056/ค.ศ.1513 มีคนวางแผนโค่น Medici และในบัญชีรายชื่อผู้ต้องสงสัยที่ตกหล่นมาจากกระเป๋าใครสักคน มีชื่อ Machiavelli ด้วย ทั้งที่เขาไม่เกี่ยว เขาถูกจับ ถูกโยนเข้าคุก แล้วถูกทรมานด้วยวิธีที่เรียกว่า strappado คือมัดมือไพล่หลังแล้วรอกตัวขึ้นปล่อยให้กระชากจนข้อไหล่เกือบหลุด เขาโดนไปหกครั้ง และไม่เคยรับสารภาพในสิ่งที่ไม่ได้ทำ.
1.
       ระหว่างที่ Machiavelli นั่งรอความตายในคุก เจ็บจนยกแขนแทบไม่ขึ้น เขาเขียนบทกวีล้อเลียนชะตากรรมตัวเองส่งไปให้ Medici อ่าน ครึ่งบ่น ครึ่งกวน คนแบบนี้ต่อให้ถูกแขวนบนรอกก็ยังหาเรื่องเสียดสีจนได้.

       โชคดีที่ไม่นานหลังจากนั้น Giovanni de Medici ได้ขึ้นเป็นพระสันตปาปา มีการนิรโทษกรรม Machiavelli รอดออกมาจากคุก แต่สิ่งที่รอเขาอยู่ข้างนอกคือความว่างเปล่า เขาถูกเนรเทศไปอยู่ฟาร์มเล็ก ๆ นอกเมือง ไม่มีอำนาจ ไม่มีงาน ไม่มีความสำคัญใด ๆ อดีตนักการทูตที่เคยนั่งโต๊ะเจรจากับกษัตริย์ กลายเป็นชายวัยกลางคนตกอับในชนบท.

       แล้วในความตกอับนั้นเอง เขาเขียนจดหมายฉบับหนึ่งที่กลายเป็นหนึ่งในจดหมายที่คนรักมากที่สุดในประวัติศาสตร์วรรณกรรม.

       เขาเล่าให้เพื่อนฟังว่าชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร ตอนเช้าเขาออกไปดักนกกับวางกับดักในป่า ตอนสายไปนั่งเถียงกับชาวบ้านที่โรงเตี๊ยม เล่นไพ่เล่นลูกเต๋ากับคนสีข้าวและคนขายเนื้อ ตะโกนใส่กันเรื่องเงินไม่กี่เหรียญจนเสียงดังไปทั้งร้าน ใช้ชีวิตปนเปกับคนธรรมดาอย่างไร้ศักดิ์ศรี.
1.
2.
 
หน้าที่ 3
       แต่พอตกค่ำ เขากลับบ้าน ถอดเสื้อผ้าเปื้อนโคลนทิ้ง แล้วสวมชุดที่เคยใส่ในราชสำนัก พอแต่งตัวเรียบร้อยเหมือนจะไปงานหลวง เขาก็เดินเข้าห้องหนังสือ และในห้องนั้นเขาบอกว่าเขาได้เข้าไปสนทนากับคนที่ยิ่งใหญ่ในอดีตที่ตายไปแล้ว ถามพวกเขาถึงเหตุผลเบื้องหลังการกระทำ และพวกเขาก็ตอบเขาอย่างกรุณา เป็นเวลาสี่ชั่วโมงในแต่ละค่ำที่เขาลืมความตกอับ ลืมความเจ็บ ลืมความกลัวความตาย.

       และในค่ำคืนนั้นเอง เขาก็เขียนหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่ชื่อ The Prince.

       ทีนี้มาถึงเรื่องตลกร้ายที่ดีที่สุด หนังสือที่กลายเป็นตำราอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์การเมือง ที่แท้คือใบสมัครงาน.

       Machiavelli เขียน The Prince แล้วอุทิศให้ Lorenzo de Medici ผู้เยาว์ ด้วยความหวังลึก ๆ ว่าถ้าเจ้านายคนใหม่เห็นว่าเขาเก่งในเรื่องการปกครองแค่ไหน บางทีอาจจะเรียกเขากลับไปทำงานราชการอีกครั้ง เขาเทประสบการณ์สิบสี่ปีลงไปในเล่มนั้น ทุกอย่างที่เขารู้เรื่องอำนาจ การทูต และธรรมชาติของมนุษย์.

       เรื่องเล่าว่าวันที่หนังสือถูกนำไปถวาย Lorenzo กำลังสนใจของขวัญอีกชิ้นที่มีคนเอามาให้พร้อมกัน คือสุนัขล่าเนื้อพันธุ์ดีคู่หนึ่ง และ Lorenzo ดูจะตื่นเต้นมากกว่าหนังสือ.

       ลองนึกภาพดู หนังสือที่คนทั้งโลกจะถกเถียงกันไปอีกห้าร้อยปี แพ้หมาสองตัวในวันที่มันถูกส่งมอบ.

       แล้ว Machiavelli ก็ไม่ได้งานคืน.

       ที่เจ็บกว่านั้นคือ The Prince ไม่เคยถูกตีพิมพ์ตอนเขายังมีชีวิต มันแค่ส่งต่อกันในวงแคบเป็นต้นฉบับเขียนมือ กว่าจะได้พิมพ์จริงก็ พ.ศ.2175/ค.ศ.1532 ห้าปีหลังเขาตายไปแล้ว เขาไม่เคยได้เห็นหนังสือที่ทำให้เขาเป็นอมตะ และไม่เคยได้รู้ว่าความเป็นอมตะนั้นมาในรูปของการเป็นสัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย.

       บั้นปลายของเขายิ่งขมขื่น Medici เริ่มให้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาบ้าง เช่นให้เขียนประวัติศาสตร์เมือง Florence แต่แล้วใน
พ.ศ.2170/ค.ศ.1527 สาธารณัฐกลับมาอีกครั้งสั้น ๆ และคราวนี้พวกสาธารณรัฐที่เขารักหมดใจ กลับไม่ไว้ใจเขา เพราะช่วงที่ผ่านมาเขาไปรับงานจาก Medici ฝ่ายหนึ่งมองว่าเขาเป็นคนของศัตรู อีกฝ่ายก็ไม่เคยเห็นเขาเป็นพวกตัวเองเต็มตัว.

       ชายที่ใช้ทั้งชีวิตรับใช้บ้านเกิด สุดท้ายถูกปฏิเสธจากทั้งสองฝั่ง เขาตายในปีนั้นเอง ในวันห้าสิบแปด ยากจนและถูกลืม.

       แต่ถ้าท่านยอมอ่านสิ่งที่เขาเขียนจริง ๆ ไม่ใช่ภาพจำที่คนเอาไปป้ายสี ท่านจะเจอคนที่กล้ามองมนุษย์ตรง ๆ ยิ่งกว่าใครในยุคของเขา.

       สิ่งแรก ที่เขาเห็นคือคนส่วนใหญ่เขียนเรื่องการเมืองโดยพูดถึงโลกอย่างที่ควรจะเป็น ส่วนเขาเลือกพูดถึงโลกอย่างที่มันเป็นจริง เขาบอกว่าระยะห่างระหว่างวิธีที่คนใช้ชีวิตจริงกับวิธีที่ควรจะเป็นนั้นไกลกันมาก จนคนที่ยึดแต่อุดมคติ ย่อมพินาศเร็วกว่าอยู่คนที่พยายามจะอยู่รอด มันฟังดูเย็นชา แต่มันคือความซื่อสัตย์ในแบบที่เจ็บ.
1.
       สิ่งที่สอง คือเขาเข้าใจว่าความกลัวกับความรักทำงานต่างกัน เขาบอกว่าถ้าเลือกได้อย่างเดียว การถูกกลัวปลอดภัยกว่าการถูกรัก เพราะความรักขึ้นอยู่กับใจคนอื่นที่พร้อมเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ ส่วนความกลัวอยู่ในการควบคุมของเราเอง.

       สิ่งที่สาม คือ เรื่องภาพลักษณ์ เขาบอกว่าทุกคนเห็นสิ่งที่ท่านดูเหมือนจะเป็น แต่น้อยคนที่รู้จริงว่าท่านเป็นอะไร และเจ้าผู้ครองนครต้องเป็นหมาจิ้งจอกที่มองออกว่าตรงไหนเป็นกับดัก และสิงโตที่ทำให้คนหวาดกลัว ห้าร้อยปีก่อนยุคโซเชียลมีเดีย เขาเข้าใจเรื่องการสร้างภาพไว้หมดแล้ว.

       และสิ่งที่สี่ ที่โดนที่สุด เขาบอกว่าการทำร้ายควรทำให้จบในคราวเดียว เพื่อให้บาดใจน้อย ส่วนการให้คุณควรหยอดทีละนิด เพื่อให้รสของมันอยู่นาน ใครเคยทำงานในองค์กรที่ปลดคนทีเดียวยกแผนก แต่ขึ้นเงินเดือนทีละเปอร์เซนต์ จะรู้ว่า Machiavelli ตายไปห้าร้อยปีแล้วยังอ่านเกมขาดอยู่.

      และถัดจากนี้ไป ร้อย (หรือมากกว่า) ประโยคที่คมที่สุดของเขา และไม่มีคำคมปลอม โดยเฉพาะประโยค the end justifies the means ที่คนชอบยัดปาด Machiavelli เพราะนั่นเป็นเวอร์ชั่นบิดเบือนที่ตัดเงื่อนไขทิ้ง ของจริงอยู่ในข้อสุดท้าย และมันมีเงื่อนไขชัดเจนว่าเป้าหมายดีเท่านั้น.
1.
2.
หน้าที่ 4
   1.  "It appears to me more appropriate to follow up the real truth of the matter than the imagination of it."  "สำหรับข้าฯ แล้ว การยึดความจริงที่เป็นอยู่จริง เหมาะกว่าการยึดภาพในจินตนาการ." 
  2.  "How one lives is so far distant from how one ought to live, that he who neglects what is done for what ought to be done, sooner effects his ruin than his preservation."  "ระยะห่างระหว่างวิถีที่คนใช้ชีวิตจริงกับวิถีที่ควรจะเป็นนั้นไกลกันนัก ผู้ที่ทิ้งสิ่งที่ทำกันจริงเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่ควรจะเป็น ย่อมนำพาตัวเองสู่ความพินาศเร็วกว่าความอยู่รอด."
  3.  "A man who wishes to act entirely up to his professions of virtue soon meets with what destroys him among so much that is evil."  "คนที่อยากทำตัวให้ดีงามไปเสียทุกอย่าง ย่อมพบกับสิ่งที่ทำลายตนเองในไม่ช้า ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ไม่ได้ดีงามเช่นนั้น."
  4.  "It is necessary for a prince wishing to hold his own to know how to do wrong, and to make use of it or not according to necessity."  "เจ้าผู้ครองที่อยากรักษาอำนาจไว้ จำเป็นต้องรู้วิธีทำสิ่งที่ผิด และเลือกใช้หรือไม่ใช้มันตามความจำเป็น."
  5.  "Men are ungrateful, fickle, false, cowardly, covetous; and as long as you succeed, they are yours entirely, but when [need] approaches, they turn against you."  "มนุษย์นั้นเนรคุณ โลเล หลอกลวง ขลาดเขลา และละโมบ ตราบที่ท่านยังประสบความสำเร็จ พวกเขาเป็นของบท่านทั้งหมด แต่พอภัยใกล้เข้ามา พวกเขาหันหลังให้."
  6.  "Men have less scruple in offending one who is beloved than one who is feared, for fear preserves you by a dread of punishment which never fails."  "มนุษย์ลังเลที่จะทำร้ายคนที่ถูกกลัวมากกว่าคนที่ถูกรัก เพราะความกลัวยึดเหนี่ยวท่านไว้ด้วยความหวาดโทษทัณฑ์ที่ไม่เคยพลาด."
  7.  "They who lay the foundations of a state... must assume that all men are bad, and will always, when they have free field, give loose to their evil inclinations."  "ผู้ที่วางรากฐานให้รัฐและร่างกฎหมาย ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่ามนุษย์ทุกคนชั่ว และจะปล่อยตัวไปตามสันดานเลวร้ายเสมอ เมื่อมีช่องทางให้ทำได้."
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       
       





 






 
humanexcellence.thailand@gmail.com